ไม้แปรรูป

การตัดสินใจซื้อไม้จากร้านจำหน่ายไม้แปรรูป

ในการตัดสินใจซื้อไม้จากร้านจำหน่ายไม้แปรรูปนั้น ก่อนอื่นจะต้องสำรวจความต้องการของตนเองก่อนว่าต้องการใช้ไม้ชนิดใดในการใช้งาน และต้องการไม้จำนวนเท่าไหร่ จากนั้นจึงหาข้อมูลดูว่ามีร้านจำหน่ายไม้แปรรูปที่ใดที่มีสินค้าอย่างที่เราต้องการบ้าง ซึ่งในขั้นตอนนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกร้านจำหน่ายไม้แปรรูปมาเพียงร้านเดียว แต่อาจจะลองเปรียบเทียบข้อมูลจากร้านจำหน่ายไม้แปรรูปหลายๆแห่งก็ได้ ซึ่งในการสำรวจข้อมูล จะต้องตรวจสอบดูว่าร้านจำหน่ายไม้แปรรูปนั้นๆมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด มีใบอนุญาตในการเปิดร้านจำหน่ายไม้แปรรูปอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ คุณภาพของสินค้าที่อยู่ในร้านจำหน่ายไม้แปรรูปนั้นอยู่ในระดับที่ได้มาตรฐานหรือไม่ รวมทั้งราคาของไม้ที่จำหน่ายโดยร้านจำหน่ายไม้แปรรูป มีราคาถูกหรือแพงกว่ามาตรฐานมากน้อยเพียงใด ซึ่งการหาข้อมูลเกี่ยวกับไม้และร้านจำหน่ายไม้แปรรูป จะช่วยให้สามารถเปรียบเทียบคุณภาพสินค้าและบริการที่ดีที่สุดจากร้านจำหน่ายไม้แปรรูปที่คัดเลือกมา ซึ่งจะช่วยทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อไม้จากร้านจำหน่ายไม้แปรรูปที่มีอยู่มากมายทำได้ง่ายขึ้น

ขนาดของไม้แปรรูป

ไม้แปรรูปที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่แล้วสามารถแบ่งได้ตามขนาดและตามความนิยมของผู้ซื้อว่าต้องการขนาดเท่าไหร่ โดยสามารถสั่งได้จากพ่อค้า แต่ในวงการค้าไม้และการก่อสร้างนั้นสามารถแบ่งขนาดของไม้ได้ดังต่อไปนี้ 1. ไม้ฝา ที่มีขนาดหนา 1/2 ถึง 3/4 นิ้ว กว้าง 4 ถึง 6 นิ้ว และ 8 ถึง 10 นิ้ว 2 ไม้พื้น ที่มีขนาดหนา 1 นิ้ว 3. ไม้ หนา ขนาด 1 1/2 ถึง 2 นิ้ว และ 2 1/2 ถึง 3 นิ้ว กว้าง 3,4,5,6,8,10 และ 12 นิ้ว 4. ไม้เสา ขนาดหนา 4 x 4 นิ้ว, 5 x 5 นิ้ว, และ 6 x 6 นิ้ว 5. ไม้ระแนง ขนาดหนา 1 x 1 นิ้ว 6.

ราคาไม้แปรรูป

ไม้แปรรูปนั้นได้จากไม้ซุงเป็นการตัดตามยาวจากปลายอีกด้านหนึ่งไปยังปลายอีกด้านหนึ่ง โดยไม้แปรรูปที่เก็บในโรงงานกับไม้แปรรูปที่นำไปใช้จริงนั้นจะมีขนาดที่แตกต่างกันเล็กน้อย เนื่องจากการหดตัวของเนื้อไม้ โดยการคิดราคาไม้แปรรูปนั้นจะคิดจากเนื้อไม้เป็นตารางฟุต โดยไม้แปรรูปนั้นจะแบ่งเกรดออกเป็น เกรดเอ เกรดบี เกรดซี และเกรดดี โดยเกรดดี และซีนั้นจะมีราคาแพงกว่าแปรรูปเกรดอื่น นอกจากนี้นั้นราคาของไม้แปรรูปก็ยังขึ้นอยู่กับชนิดของไม้ที่นำมาทำเป็นไม้แปรรูป ว่าเป็นไม้เนื้อแข็ง ไม้เนื้ออ่อน เป็นไม้ที่มีความต้องการสูงในตลาดหรือไม่ เป็นต้น ราคาไม้แปรรูปในท้องตลาดนั้นก็มักจะขึ้นอยู่กับค่าขนส่งและการบริการด้วย ในการซื้อไม้แปรรูปนั้นก่อนที่จะซื้อก็สามารถเช็คราคาได้ว่าราคาไม้แปรรูปนี้มีราคาเท่าใด ซึ่งจะช่วยในการวางแผนการใช้จ่ายไปด้วย

การขายไม้แปรรูป

ไม้แปรรูปที่ออกมาจากโรงงานนั้นส่วนใหญ่มักอยู่ในรูปไม้แผ่นสี่เหลี่ยมแบนๆ โดยไม้แปรรูปนั้นนอกจากราคาที่ขึ้นอยู่กับเนื้อไม้แล้วไม่ว่าจะเป็นไม้เนื้ออ่อนไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้เต็ง ไม้แดง ไม้ประดู ไม้มะค่า ไม้สัก ซึ่งราคาของไม้แปรรูปที่ออกมานั้นก็มีความต่างกันไป นอกจากเนื้อไม้แล้วขนาดของไม้แปรรูปเองก็เป็นตัวแปรที่สำคัญว่าราคาจะมากหรือน้อยเพียงใด โดยไม้แปรรูปนั้นมักมีการเรียกขนาดของไม้แปรรูปด้วยหน้ากี่นิ้ว ความหนากี่นิ้ว ความยาวเท่าไหร่เป็นต้น แต่ที่คุ้นคุ้นกันมักจะได้ยินเรียกกันว่าไม้หน้า 10,8,6,4 นิ้วส่วนความหนาก็มีหลายขนาด ตั้งแต่ไม่ถึงนิ้วจนไปถึง 2 นิ้วครึ่งหรือมากกว่า ส่วนความยาวก็แล้วแต่หน่วยบางครั้งก็มีการบอกหน่วยเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร แล้วแต่ทางร้านหรือทางบริษัทจะเรียกกันแต่เรื่องหน้าไม้ความหนาของไม้นี่ส่วนใหญ่แล้วจะเรียกกันเป็นนิ้วเพื่อบ่งบอกขนาดในการซื้อขายกันครับ เช่น ขายไม้หน้า 2 นิ้ว เป็นต้น

บริษัทขายไม้แปรรูป

บริษัทขายไม้แปรรูปสามารถหาได้ทั่วไป ซึ่งบริษัทขายไม้แปรรูปนี้แบ่งได้อยู่สองสามลักษณะ แบบแรกคือ บริษัทที่มีโรงเลื่อยเป็นของตัวเองจึงได้นำไม้แปรรูปที่ผลิตขึ้นเองมาขาย แบบที่สองคือการรับไม้แปรรูปจากบริษัทใหญ่ๆ หรือโรงเลื่อยเพื่อนำมาขายต่อ อย่างที่สามก็เป็นลักษณะผสมกันระหว่างรูปแบบแรกกับแบบที่สอง ทั้งมีโรงเลื่อยของตัวเองและรับจากบริษัทอื่นมาขายด้วย ซึ่งบริษัทขายไม้แปรรูปนั้นหากเป็นบริษัทใหญ่ๆ ก็มักมีโกดังเก็บสินค้าเป็นของตัวเอง สำหรับบริษัทขายไม้แปรรูปขนาดเล็กๆ ดูเหมือนเป็นร้านค้าทั่วไปที่มีขนาดใหญ่ก็จะไม่มีโกดังเก็บของเป็นของตัวเอง หากมีการสั่งซื้อไม้เป็นจำนวนมากก็จะอยู่ในรูปของการสั่งของจากบริษัทใหญ่แล้วนำไปส่งให้กับลูกค้าทันที สำหรับบางบริษัทที่เพียงแค่นำไม้แต่ละชนิดเพียงละเล็กละน้อยมาวางไว้เพื่อเป็นการเปรียบเทียบซึ่งหากสนใจก็สามารถไปดูที่โกดังสินค้าได้ ซึ่งอยู่กับการบริการเสียมากกว่า เพราะต้องดึงลูกค้าเก่าและหาลูกค้าใหม่ให้ได้