ไม้อัด

คุณสมบัติของไม้อัด และ ขั้นตอนการผลิต

ไม้อัด ( Plywood ) เป็นผลิตภัณฑ์ ที่ใช้วัตถุดิบทางธรรมชาติ โดยมีการพัฒนากรรมวิธีการผลิต ขึ้นเพื่อสนองต่อการใช้งานไม้จริง (Solid Wood) ที่มีขนาดหน้ากว้างมาก ๆ ซึ่งในปัจจุบันการเจริญเติบโตของป่าไม้ภายในประเทศ ค่อยข้างให้ผลผลิตที่ช้าไม่ทันต่อความต้องการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้น จึงได้มีการพัฒนานำไม้หน้ากว้างขนาดเล็กหรือไม้ที่มีการเจริญเติบโตรวดเร็ว มาดัดแปลง เพื่อทดแทนการใช้งานไม้จริงในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่นับวันเริ่มหายากและขาดแคลน จนต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศหรือประเทศเพื่อนบ้าน ขนาดของไม้อัด ไม้อัด มีขนาด ความกว้าง และความยาว มาตรฐาน คือ ขนาด 4′ x 8′ ( 1220 x 2440 มม.) ส่วนความหนาของไม้อัด ส่วนใหญ่ที่นิยมใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน จะไม่เป็นไปตามขนาดและความหนาของไม้อัดที่ระบุเอาไว้แน่นอน เพราะขนาดของไม้อัด ขึ้นอยู่กับคุณภาพ และโรงไม้แต่ละโรงที่ผลิตออกมา ฉะนั้นการเรียกไม้อัด ในบางครั้ง จึงต้องมีการเรียกคุณภาพของไม้กำกับไว้ด้วย เช่น ไม้อัดบางนา 10 มม., ไม้อัดเกรด A โรงใหม่ 15 มม. ความหนาของไม้อัดในตลาดทั่วไป โดยทั่วไปที่นิยมเรียกกัน จะมีความหนาอยู่ที่ 3, 4, 6, 10, 12, 15 และ 20 มม กรรมวิธีการผลิต จะแบ่งเป็นเกรด A (ไม้อัดบางนา),

ไม้อัดหญ้าแฝก

ไม้อัดหญ้าแฝก มีส่วนผสมของเส้นใยเซลลูโลสและลิกนิน จากหญ้าแฝก ซึ่งให้ความคล้ายคลึงกับไม้ธรรมชาติได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีการผลิตที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพสูง โดยมีความหนาแน่นอยู่ที่750-850 กก./ลบม จึงทำให้ไม้อัดหญ้าแฝกนี้มีความแข็งแรงทนทาน และสามารถกันน้ำได้ดี อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมจากหญ้าแฟกประกอบกับมีลวดลายที่สวยงาม สำหรับการนำไม้ชนิดนี้ไปใช้งานนั้น ควรทาด้วยชแล็คบนผิวไม้ก่อนตัดชิ้นงาน และจะต้องใช้เลื่อยวงเดือนหรือเลื่อยฉลุเท่านั้นในการตัดแผ่นไม้หรือชิ้นงาน เมื่อประกอบชิ้นงานขึ้นมาเป็นชิ้นแล้วให้ทำการตกแต่งผลิตภัณฑ์ด้วยการตกแต่งพื้นผิวให้เรียบร้อยด้วยกระดาษทรายที่มีความละเอียด หลังจากนั้นจึงทาเคลือบด้วยแล็กเกอร์ หากต้องการตอกตะปูหรือใช้ตะปูเกลียว เดือยไม้ และกาว ทำการยึดเหนี่ยวไม้ก็สามารถทำได้ เหมือนดังเช่นไม้อัดทั่วไป ปัจจุบันได้มีการนำเอาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มาผลิตเป็นไม้อัดเพื่อทดแทนการใช้งานจากไม้จริงเป็นจำนวนมาก นอกจากไม้อัดหญ้าแฝกแล้วยังมีไม้อัดแกลบ ไม้อัดชนิดนี้นิยมนำไปทำเฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ที่มีสไตล์แนวอนุรักษ์ อีกทั้งไม้อัดแกลบนี้ยังมีกลิ่นหอมอีกด้วยไม้อัดฟางข้าว นิยมนำไปทำเฟอร์นิเจอร์เช่นเดียวกัน ไม้อัดเปลือกทุเรียนซึ่งเศษวัสดุเหล่านี้สามารถนำมาทดแทนไม้จริงได้ ทำให้เป็นการเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับเศษวัสดุเหลือใช้เหล่านี้

ไม้อัดสยาแดง

ไม้อัดสยาแดงเป็นไม้อัดที่ผลิตมาจากไม้สยาแดง ซึ่งมีกระบวนการผลิตที่คล้ายคลึงกันกับไม้อัดชนิดทั่วไปที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด ไม้สยาแดงหรือ Red Meranti นั้น เป็นไม้เนื้ออ่อนมีความทนทานพอสมควร หากไม้ได้รับความชื้นหรือไม้ได้รับการดูแลรักษาที่ดีก็อาจทำให้เนื้อไม้เสียหายได้เช่นกัน ไม้สยาแดงนี้มักนำไปใช้งานในการทำเฟอร์นิเจอร์เพื่อการตกแต่งหรือใช้ทำบานประตูหน้าต่าง โดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการอบแห้งก็ได้ เนื้อไม้มีสีแดง เสี้ยนค่อนข้างละเอียด หากนำไม้ชนิดนี้มาผลิตเป็นไม้อัดแล้ว นอกจากจะให้ความแข็งแรงทนทาน ยังมีสีสันที่โดดเด่นสุดตา สวยงามแตกต่างจากไม้ชนิดอื่น ๆ จึงเหมาะสำหรับนำมาใช้งานเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้แล้วไม้สยาแดงยัง มีอีกหนึ่งชนิดที่ทราบคือ ไม้สยาแดงหิน ไม้สยาหิน (Dark Red Meranti) ลักษณะของไม้ชนิดนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกันกับไม้สยาแดง ไม้สยาแดงหินชนิดนี้เป็นไม้ที่มีความละเอียดสูงประกอบกับมีสีสันที่เด่นสุดตา เพราะสีของเนื้อไม้จะออกสีแดงล้วน และมีเสี้ยนหยาบ สำหรับความทนทานนั้นอยู่ในระดับปานกลาง เหมาะสำหรับนำมาผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ สำหรับการนำไปใช้งานของไม้สยาหิน คือ การทำเฟอร์นิเจอร์ ไม้ บานประตู เป็นต้น ไม้ทั้งสองชนิดนี้สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเป็นไม้อัดเพื่อใช้ทดแทนไม้ชนิดอื่น ๆ ได้ โดยมีคุณสมบัติและกรรมวิธีในการผลิตที่ไม่แตกต่างกันมากนัก

ไม้อัดจีน

ไม้อัดจีนเป็นไม้อัดชนิดหนึ่ง ซึ่งได้จากการรวมไม้หลากหลายชนิดเอาไว้ด้วยกัน โดยนำท่อนซุงมาตัดตามความยาวที่ต้องการ แล้วกลึงปอกท่อนซุงหรือฝานให้ได้แผ่นไม้แผ่นบาง ๆ ซึ่งแผ่นไม้ที่ผ่านการฝานนั้นจะต้องมีความหนาตั้งแต่ 1 ถึง 4 มิลลิเมตร แล้วนำมาอัดติดกัน โดยใช้กาวเป็นตัวประสาน ซึ่งต้องเรียงแนวเสี้ยนตั้งฉากกันและแผ่นไม้จะถูกอบแห้งในเตาอบ ก่อนจึงจะสามารถนำมาใช้งานได้ คุณสมบัติของไม้อัดจีน ให้ความแข็งแรงทนทานสูง ไม่ยืดหดตัวหรือแตกง่าย เพราะมีความคงตัวอยู่นั่นเอง สามารถนำตะปูหรือตะปูควงมาใช้งานกับทุกส่วนของไม้อัดได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าไม้จะแตก หากต้องการตัด เลื่อย และฉลุ ก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยไม่พบว่ามีการแตกหัก อีกทั้งยังสามารถโค้งงอได้โดยไม่มีการฉีกหรือหักแต่อย่างใด รับน้ำหนักได้ในปริมาณมาก และรับได้สูงกว่าไม้ธรรมดา จึงมักนิยมนำไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์หลากหลายรูปแบบ

ไม้อัดจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร

ไม้อัดจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ได้จากการนำเอาเปลือกทุเรียนหรือใยมะพร้าว มาผลิตเพื่อใช้งานทดแทนไม้จากธรรมชาติ ซึ่งไม้อัดที่ทำจากเปลือกทุเรียนและใยมะพร้าวนี้ มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับไม้อัดที่ทำมาจากไม้ยางพาราและไม้ยูคาลิปตัส แม้ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีแนวโน้มลดลงในการใช้ไม้อัด แต่สำหรับภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ กลับได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เช่น การผลิตเฟอร์นิเจอร์เพื่อการส่งออก ที่ยังคงพบว่ามีการเจริญเติบโตอยู่ จึงส่งผลให้ไม้อัดมีแนวโน้มในการนำไปใช้งานที่สูงขึ้น ปัจจุบันพบว่ามีการผลิตไม้อัดจากไม้ประเภทต่าง ๆ ประมาณ 48 ราย ทั่วประเทศ แต่ยังไม่มีรายใดนำเศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรมาผลิตไม้อัดในเชิงพาณิชย์ มีแต่เพียงการวิจัยเพื่อสนับสนุนและเผยแพร่ให้มีการผลิตโดยคณะพลังงานและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งการผลิตนั้นมีลักษณะเช่นเดียวกับการผลิตไม้อัดทั่วไป แตกต่างกันที่วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต คือ วัตถุดิบที่ใช้ได้มาจากเปลือกทุเรียนหรือกากใยมะพร้าว ซึ่งสามารถหาได้ทั่วไป สำหรับเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตนั้น ก็สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องจักรชนิดที่ใช้ผลิตไม้อัดทั่วไปได้ เช่น เครื่องสับ เครื่องร่อน เครื่องผสม แม่พิมพ์ และเครื่องอัดร้อน เป็นต้น สำหรับต้นทุนในการผลิตไม้อัดจากเปลือกทุเรียนและใยมะพร้าวอยู่ที่กิโลกรัมละ 1-2 บาท สำหรับวัตถุดิบ แต่หากต้องการทำเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ อาจใช้งบประมาณร่วม ๆ 6 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 90 % กับการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร เช่น สิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร ยานพาหนะและอุปกรณ์ อีก 10 % เป็นเงินทุนที่ใช้ในการหมุนเวียนภายในกิจการ ประมาณ 63% เป็นค่าต้นทุนในการผลิตและค่าการตลาดและการขายประมาณ 37% ของเงินทุนหมุนเวียน การลงทุนในขั้นต้น 6 ล้านบาทนี้ สามารถผลิตไม้อัดได้ประมาณ 30,000 แผ่น/ปี จำหน่ายอยู่ที่ 170 บาท/แผ่น