ไม้ยางพารา

ไม้ยางพาราแปรรูป

ไม้ยางพารา เป็นผลพลอยได้จากต้นยางที่หมดอายุการเก็บเกี่ยวน้ำยาง ซึ่งจะเป็นต้นยางที่มีอายุเกิน 25 ปีขึ้นไป ก็จะทำการโค่นและปลูกต้นยางใหม่ขึ้นมาทดแทน ไม้ยางพาราเป็นไม้ที่มีคุณลักษณะหลายอย่างรวมทั้งคุณภาพ ใกล้เคียงกันกับไม้สัก เมื่อนำมาแปรรูปแล้ว จะมีน้ำหนักเบา ลวดลายสวยงาม ตกแต่งได้ง่าย และย้อมสีได้ มีราคาถูก จึงทำให้ไม้ยางพาราเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื้อไม้ค่อนข้างละเอียด เสี้ยนสนเล็กน้อยถึงมาก ไม้ยางพาราแปรรูป ส่วนใหญ่จะนำไปผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ ชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ วัสดุก่อสร้าง ของเล่นเด็ก กรอบรูป ของชำร่วย ของใช้ในครัวเรือน

ไม้บีช

ทั้งไม้บีชและไม้ยางพารานั้นต่างได้รับความนิยมในการนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ ไม้บีชนั้นเป็นไม้ผลัดใบที่ต้องนำเข้าจากประเทศแถบทวีปยุโรปและทางแถบอเมริกาเหนือ ซึ่งตามปกติแล้วนั้นไม้บีชจะนิยมปลูกไว้เป็นไม้ประดับ แต่ก็สามารถนำมาใช้ในการปลูกเพื่อนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้เช่นกัน ซึ่งไม้บีชนั้นมีหลายชนิด แต่ชนิดที่ใช้มาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์มากที่สุดคือสปีชีส์ Fagus sylvatica ซึ่งในการนำไม้บีชมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์นั้นต้องเป็นการปลูกโดยเฉพาะ ต่างจากไม้ยางพาราที่เนื้อไม้นั้นเป็นผลพลอยได้จากการกรีดน้ำยางเพื่อขาย โดยไม้ยางพาราจะสามารถโค่นได้นั้นต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีซึ่งเป็นอายุที่สามารถเก็บน้ำยางได้ ซึ่งถ้าอายุไม้ยางพารามากกว่านี้นั้นอัตราการผลิตน้ำยางก็จะลดน้อยลง จึงต้องตัดโค่นเพื่อปลูกใหม่อีกครั้ง ซึ่งในสมัยก่อนนั้นก็จะเป็นการตัดเพื่อทำฟืน แต่ในสมัยนี้นั้นเป็นที่ทราบกันว่าไม้ยางพาราสามารถนำไปใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ได้ดี จึงได้มีการซื้อขายไม้ยางอย่างเป็นธุรกิจเช่นในปัจจุบัน ซึ่งราคาไม้ยางพาราตกราคาต่อไร่ไร่ละ ประมาณ 50,000 บาท ซึ่งราคาก็อาจผันผวนขึ้นลงได้ตามปัจจัยทางเศรษฐกิจ

ไม้ยางพารา

ความเป็นมาของการปลูกไม้ยางพารา แต่เดิมแล้วไม้ยางพาราเป็นพืชพื้นเมืองแถบลุ่มน้ำอเมซอน sir Henry wickham ได้นำไปเพาะที่ประเทศอังกฤษแล้วแจกจ่ายต้นกล้าไม้ยางพาราไปปลูกตามประเทศอาณานิคมของอังกฤษรวมถึงประเทศมาเลเซียด้วย แล้วในปีพ.ศ. 2442 พระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี เจ้าเมืองตรังได้นำต้นยางพาราเข้ามาปลูกที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ซึ่งถือว่าเป็นต้นยางพาราต้นแรกของไทย ก่อนที่ชาวเดนมาร์กจะนำไปปลูกเป็นสวยที่นราธิวาส และหลวงราชไมตรีนำไปปลูกที่จันทบุรี จนเป็นที่แพร่กระจายต่อมาในปัจจุบัน ทั้งนี้ พระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี ได้ถือเป็น “บิดาแห่งยางพาราไทย” ด้วย การปลูกไม้ยางพาราในประเทศไทย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีข้อมูลสถิติการเกษตรของประเทศไทยว่าในปี พ.ศ. 2547 ประเทศไทยมีเนื้อที่ปลูกไม้ยางพารา 13.02 ล้านไร่ และประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผลผลิตน้ำยางต่อไร่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย คือประมาณ 231 กิโลกรัมต่อไร่ สามทศวรรษที่ผ่านมา มีการปลูกไม้ยางพาราเพิ่มขึ้นทุกปีปีละประมาณ หนึ่งแสนห้าหมื่นไร่ เนื่องจากมีเหตุผลดังนี้คือ การที่ราคาน้ำยางปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวในช่วงเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา และความต้องการไม้ยางพาราของตลาดโลกก็สูงขึ้นอีด้วย ทำให้พื้นที่ปลูกไม้ยางพาราเดิมทั้งใน “เขตการปลูกยางเดิม”(ภาคใต้และภาคตะวันออก) และ “เขตการปลูกยางใหม่”(ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงหนือ)เพิ่มพื้นที่ปลูกขึ้นอย่างรวดเร็ว การปลูกไม้ยางพาราเพื่อผลผลิตในอนาคต ปัจจุบันชาวไทยได้นิยมปลูกไม้ยางพารากันเป็นจำนวนมาก เพราะราคาน้ำยางสดและราคายางแผ่นมีราคาสูง แต่ถึงอย่างไรก็ตามราคานี้ก็ยังมีความผันผวนในทุกทุกปีเช่นเดียวกับผลผลิตทางการเกษตรชนิดอื่นๆ ทำให้เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนการปลูกไม้ยางพาราว่าจะไม่หวังแต่เพียงการเก็บเกี่ยวน้ำยางพาราแต่เพียงอย่างเดียว ต้องหวังที่จะขายเนื้อไม้ยางพาราอีกด้วย เพื่อเป็นหลักประกันต่อการทำสวนไม้ยางพารา โดยการเก็บเกี่ยวน้ำยางพาราอาจเป็นเพียงวัตถุประสงค์รองก็ได้ โดยกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางและสถาบันวิจัยยาได้ประมาณว่าสวนยางพาราที่จะอายุครบตัดคือ 25 ปีนั้นที่ต้องตัดในช่วงปี  2545-2549 นั้นมีเฉลี่ยปีละ 415,000 ไร่  ช่วงปี 2550-2554 เฉลี่ยปีละ 480,000 ไร่ โดยเกษตรกรผู้เป็นเจ้าของสวนไม้ยางพารามีพื้นที่ปลูกไม้ยางพาราเฉลี่ยคนละ