ไม้มะค่า

ไม้มะค่า

ไม้มะค่า เป็นไม้เนื้อแข็ง มีลวดลายสวยงาม ลวดลายใกล้เคียงกับไม้สัก ลายไม้เด่นชัด เนื้อไม้มะค่ามีสีน้ำตาลอมส้มเหลือบน้ำตาลทอง และมีทั้งที่ออกสีเหลืองอ่อน และ สีออกเหลืองอมชมพู แก่นของไม้มะค่ามีสีน้ำตาลอมแดง แต่สีจะอ่อนกว่าสีของไม้ ลายไม้จะเรียบเนียน มีเส้นเสี้ยนเป็นริ้วสวย สีน้ำตาลเป็นแนวยาว เนื้อไม้มีความหนัก แน่น ค่อนข้างหยาบแต่สม่ำเสมอเป็นมัน เลื่อม แข็งแรง มีความทนทานมาก ผุพังยาก ทนต่อปลวกมอดและเชื้อราได้ดี มีราคาสูง เป็นไม้ต้นใหญ่จึงมีหน้ากว้าง นิยมใช้ทำไม้พื้น ไม้บันได ไม้บัว เฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งทั้งภายนอกภายใน

โต๊ะไม้มะค่า

ไม้มะค่าได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มไม้เนื้อแข็ง โดยแก่นไม้มะค่านั้นจะมีสีน้ำตาลอมแดง และสีของเนื้อไม้นั้นจะเข้มขึ้นตามระยะเวลาที่ผ่านไป เนื่องจากคุณสมบัติของไม้มะค่าเองทำให้ไม้มะค่าก็ได้รับความนิยมในการนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น โต๊ะไม้มะค่า โดยชุดโต๊ะไม้มะค่านั้น มักจะทำมาเป็นชุดคู่กับเก้าอี้ซึ่งทำมาจากไม้มะค่าเช่นเดียวกัน หรืออาจเป็นโต๊ะไม้มะค่าเดี่ยวๆ ก็เป็นได้ โดยลักษณะของโต๊ะไม้มะค่านี้ มักจะมีการแกะสลักเนื้อไม้เพื่อเพิ่มความสวยงามของไม้มะค่าและเป็นการเพิ่มมูลค่าของโต๊ะไม้มะค่าอีกด้วย โดยราคาของโต๊ะไม้มะค่านี้จะแปรตามขนาดของงาน ความประณีตของงาน โดยขนาดของงานนั้นก็จะดูที่ความหนาของเนื้อไม้มะค่าที่นำมาประกอบกันขึ้น โดยราคาของโต๊ะไม้มะค่านั้นอยู่ในช่วงกว้างตั้งแต่ราคาห้าพันกว่าบาทขึ้นจนถึงระดับห้าหกหมื่นได้ แน่นอนว่าราคาหน้าร้านกับราคาที่ซื้อจริงนั้นย่อมสามารถต่อรองกันได้ อย่างไรก็ตามนั้นโต๊ะไม้มะค่าก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นงานที่มีความคงทนและสวยงามอย่างหนึ่ง เหมาะสำหรับการนำมาตั้งไว้ในที่พักอาศัยเป็นอย่างยิ่ง

ไม้จากธรรมชาติ

ชนิดของไม้ต่างๆที่นำมาใช้ประโยชน์จากไม้ธรรมชาติ ในประเทศไทยที่มีวิถีชีวิตที่เกี่ยวพันกับการใช้ไม้มาตั้งแต่โบราณนั้น ชนิดของไม้ต่างๆที่คนไทยนำมาใช้ประโยชน์กันทั่วไปได้แก่ ไม้มะค่า ไม้สัก ไม้ตะเคียน ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้ชิงชัน ไม้ยาง เป็นต้น แต่หลังจากสมัยหนึ่งที่รัฐบาลไทยออกกฏหมายประกาศปิดป่า ไม่ให้ทำการตัดไม้จากป่าสงวน ทำให้หลังจากนั้นไม้ที่ใช้ในประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ ประเทศพม่า ลาว มาเลเซีย ประเทศอินโดนิเซีย ดังนั้นชื่อไม้แปลกๆที่ไม่คุ้นหูสำหรับคนไทยนั้น จึงมีการนำเข้ามาในประเทศไทยด้วย เช่น ไม้เต็งมาเลย์(บาเลา) ไม้เต็งลาว ไม้สักพม่า รวมถึงชื่อแปลกๆอื่น เช่น ไม้กาเปอร์ ไม้รีสัก ไม้ตานั่ง ไม้อลันบาตู ไม้ยูบ้า เป็นต้น ไม้สัก ประเทศไทยได้รับการกล่าวขานว่าเป็นประเทศที่มีไม้สักที่สวยที่สุดในโลกนั่นคือ ไม้สักทอง คุณสมบัติของไม้สักทองเอง ทำให้ไม้สักทองนั้นจัดอยู่ในไม้เนื้ออ่อน ที่มีคุณประโยชน์มากมาย เช่นการนำมาทำเสาอาคาร โครงสร้างบ้านเรือน นำมาปูพื้น นำมาทำฝาบ้าน หรือนำมาทำเป็นประตูหน้าต่าง และไม้สักยังสามารถแกะสลัดได้ไง่าย จึงนิยมนำมาแกะสลักลวดลายเพื่อตกแต่งเป็นเฟอร์นิเจอร์อีด้วย ไม้เต็ง ไม้เต็งนั้นจัดว่าเป็นไม้เนื้อแข็งที่เหมาะกับงานก่อสร้างประเภทโครงสร้างอาคาร มีความแข็งแรงกว่าไม้สัก 1.3 เท่าตัวของไม้สัก ประเทศไทยในปัจจุบันมีการนำไม้เต็ง ซึ่งเป็นไม้เต็งมาเลย์มาขาย โดยจะมีผู้เข้าใจผิดว่าไม้เต็งมาเลย์กับไม้เต็งไทยนั้นมีความแข็งแรงเท่ากัน แต่ความเป็นจริงแล้วก็ถือว่ายังมีส่วนต่างกันที่มากอยู่ ซึ่งประโยชน์อื่นๆของไม้เต็ง เช่น การนำมาทำเป็นอุปกรณ์ของใช้ในครัวเรือน ได้แก่ ครกกับสาก ก็มักจะทำด้วยไม้เต็ง ไม้แดง ไม้แดงเป็นไม้เนื้อแข็งอีกชนิดหนึ่ง ที่สามารถใช้งานภายนอกได้ เช่น มักนิยมนำมาทำเป็นพื้นระเบียง ทำฝาบ้าน ฝ้าชายคา

ไม้มะค่า

ไม้มะค่าโมง สามารถเจริญได้ในป่าดิบแล้ง ไม้ชนิดนี้พบมากในประเทศไทย ลาวและเขมร ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยได้นำเข้าไม้มะค่าจากประเทศลาวเสียส่วนใหญ่ กระพี้ไม้มะค่าจะมีสีเหลืองอ่อน ส่วนแก่นไม้จะมีสีน้ำตาลปนเหลือง หากแต่เมื่อทำการแปรรูปไม้มะค่าสีของไม้มะค่าจะเข้มขึ้นเมื่อโดนแสงแดด และจะเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อโดนน้ำ ดังนั้นวิธีการเก็บรักษาไม้มะค่าที่ถูกต้องคือ การเก็บไม้มะค่าไว้ในที่ร่ม ไม่ถูกแสง และระวังไม่ให้ไม้มะค่าเปียกน้ำ ไม้มะค่าเป็นไม้ที่มีลายไม้สวยงาม เนื้อไม้จะมีความแข็งแรง การใช้ประโยชน์จากไม้มะค่า จึงมักนิยมนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือน วงกบ ประตู หน้าต่าง เมื่อเปรียบเทียบไม้มะค่ากับไม้แดง ไม้มะค่าจะมีคุณสมบัติดีกว่าในเรื่องของ การบิด การหด การขยายตัวเมื่อมีความชื้นนี้ จะมีค่าการเปลี่ยนแปลงที่น้อยกว่าไม้แดง สีของไม้มะค่าเมื่อเทียบกับไม้แดงแล้วจะมีสีอ่อนกว่า แต่หากเมื่อใช้ไปนานนานแล้วไม้มะค่าจะมีสีเข้มขึ้น จากสีเหลือง เป็นสีส้มแล้วสุดท้ายก็จะกลายเป็นสีแดง จนกระทั่งหากไม่สังเกตุให้ดีก็ไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นไม้ชนิดใด ข้อดีอีกอย่างของไม้มะค่าเมื่อเปรียบเทียบกับไม้แดงคือ ไม้มะค่าจะมีคุณสมบัติในการติดกาวดีกว่าไม้แดง ไม้แดง ไม้แดงสามารถเจิญได้ในป่าดิบแล้งเช่นเดียวกับไม้มะค่า เราสามารถพบไม้แดงได้มากตามประเทศไทย ลาว พม่า เขมร ซึ่งประเทศไทยในปัจจุบันเรานำเข้าไม้แดงจากประเทศลาวเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม้แดงจะมีแก่นไม้เป็นสีน้ำตาลแดง มีกระพี้ไม้สีขาวออกเหลืองอ่อน ลักษณะโดยรวมของไม้แดงจะใกล้เคียงกับไม้ประดู่มาก การมองด้วยตานั้นจะแยกไม้สองชนิดนี้ได้ยาก เราจึงสามารถใช้ไม้แดงทนแทนไม้ประดู่ได้ดี การนำไม้แดงมาใช้ประโยชน์นั้นส่วนใหญ่มักนิยมนำไม้แดงมาทำเป็น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือน วงกบ ประตู หน้าต่าง คานตง ข้อดีของการนำไม้แดงมาใช้ประโยชน์คือ ไม้แดงเป็นไม้ที่มีคุณภาพดีและมีราคาถูกเมื่อเทียบกับไม้ชนิดอื่นที่นำมาใช้ประโยชน์เดียวกัน แต่ไม้แดงก็มีข้อด้อยเหมือนกันคือ เนื้อไม้ของไม้แดงจะเปลี่ยนสีเร็ว จากตอนแรกที่มีสีแดงสด แต่ภายหลังจะเปลี่ยนเป็นมีสีคล้ำขึ้นเรื่อยๆจนออกเป็นสีดำ ซึ่งลักษณะเช่นนี้นั้นจะเป็นกับไม้ทุกประเภทขึ้นอยู่กับแสงจากดวงอาทิตย์และความชื้นด้วย แต่ไม้แดงจะมีการเปลี่ยนสีที่เร็วกว่าไม้ประเภทอื่น และเมื่อเปรียบเทียบไม้แดงกับไม้มะค่าและไม้สัก ไม้แดงนั้นจะมีความอ่อนไหวมากกว่า หากเมื่อเปรียบเทียบกับไม้มะค่าเรื่องคุณสมบัติการติดกาวแล้วปรากฏว่าไม้แดงนั้นจะมีคุณสมบัติการติดกาวที่ติดได้ยากกว่าไม้มะค่า เพราะไม้แดงมียางเยอะ ทำให้ติดกาวได้ยากขึ้น ไม้สัก ไม้สักสามารถเจริญได้ในป่าผลัดใบที่มีความสมบูรณ์ ซึ่งพบตามที่ลาดเขาจนถึงสันเขาที่ความสูงไม่เกิน 900

ไม้มะค่า

ไม้มะค่า เป็นไม้เนื้อแข็ง มีลวดลายสวยงาม ลวดลายใกล้เคียงกับไม้สัก ลายไม้เด่นชัด เนื้อไม้มะค่ามีสีน้ำตาลอมส้มเหลือบน้ำตาลทอง และมีทั้งที่ออกสีเหลืองอ่อน และ สีออกเหลืองอมชมพู แก่นของไม้มะค่ามีสีน้ำตาลอมแดง แต่สีจะอ่อนกว่าสีของไม้ ลายไม้จะเรียบเนียน มีเส้นเสี้ยนเป็นริ้วสวย สีน้ำตาลเป็นแนวยาว เนื้อไม้มีความหนัก แน่น ค่อนข้างหยาบแต่สม่ำเสมอเป็นมัน เลื่อม แข็งแรง มีความทนทานมาก ผุพังยาก ทนต่อปลวกมอดและเชื้อราได้ดี มีราคาสูง เป็นไม้ต้นใหญ่จึงมีหน้ากว้าง นิยมใช้ทำไม้พื้น ไม้บันได ไม้บัว เฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งทั้งภายนอกภายใน